|
พระองค์เจ้า รพีพัฒนศักดิ์ พระบิดาแห่งกฎหมายไทย ประวัติ กฎหมายไทย บิดากฎหมายไทย
แต่ในเวลานั้น เอกราชทางการศาลของประเทศสยามได้รับความกระทบกระเทือนเป็นอย่างมาก กล่าวคือ สยามต้องเสียสิทธิสภาพนอกอาณาเขต (Extraterritorial rights) ให้แก่ชาวต่างชาติ ที่มาพำนักในสยามประเทศหลายครั้ง ด้วยเหตุที่กฎหมายยังมีความล้าสมัยอยู่มาก พระองค์จึงทรง ตั้งพระทัยแน่วแน่ที่จะเข้ารับราชการตุลาการ ทรงเข้าศึกษากฎหมายไทยโดยการค้นคว้าจากราชเลขานุการ ฝ่ายกฤษฎีกา โดยมีขุนหลวงพระยาไกรสี (เปล่ง เวภาระ) และเจ้าพระยามหิธรเป็นผู้ถวายความสะดวก ในปี พ.ศ. 2439 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งข้าหลวง พิเศษขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อจัดการศาลหัวเมืองในมณฑลอยุธยาเป็นแห่งแรก โดยให้เสด็จในกรมฯ เป็น สภานายกพิเศษ ทรงตัดสินคดีทั้งปวงด้วยพระองค์เอง โดยความรวดเร็วและยุติธรรมเป็นที่ปรากฏใน พระปรีชาสามารถแก่หมู่ชนในมณฑลนั้น เนื่องด้วยพระเจ้าน้องยาเธอกรมหลวงพิชิตปรีชากร เสนาบดีกระทรวงยุติธรรมได้ประชวร จึงกราบ บังคมลาออกจากตำแหน่งในปี พ.ศ. 2440 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมี พระบรมราชโองการแต่งตั้งเสด็จในกรมฯ ขึ้นเป็นเสนาบดีสืบแทน นับเป็นเสนาบดีกระทรวงยุติธรรม ลำดับ 3 ขณะทรงมีพระชนมายุเพียง 22 พรรษา เสด็จในกรมฯ ทรงสนพระทัยและหาหนทางในการ ปรับปรุงแก้ไข จัดระเบียบศาลและการยุติธรรมทั่วประเทศไทยให้เรียบร้อย ทรงมีพระราชดำริใน การแก้ไขปัญหาดังกล่าวนี้ว่า มี 2 แนวทางคือ การทำให้บ้านเมืองมีกฎหมายดี และการทำศาลให้มี ผู้พิพากษาที่ดี และมีคุณธรรม หลังจากที่พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้ารพีพัฒนศักดิ์ได้เข้ารับราชการและบำเพ็ญคุณความดีเป็น ประโยชน์แก่บ้านเมืองเป็นอันมากแล้ว จึงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าให้สถาปนาขึ้นเป็น พระองค์เจ้า ต่างกรม มีพระนามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "พระเจ้าลูกยาเธอ กรมหมื่นราชบุรีดิเรกฤทธิ์ นาคนาม" ในปี พ.ศ. 2442 นับเวลาที่เสด็จในกรมฯ ทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีเป็นระยะเวลา 4 ปี ระหว่างนั้นได้ทรงตรากฎและคำสั่ง เกี่ยวกับวิธีปฏิบัติราชการฝ่ายการศาลยุติธรรมไว้หลายฉบับ ตั้งแต่ปี ร.ศ. 115 ถึง ร.ศ. 120 ทั้งหมด รวม 28 ฉบับ ต่อมาใน ร.ศ. 121 ได้ทรงดำรัสให้ยกเลิกกฎเสนาบดีชุดก่อนเสียทั้งหมด และทรงตรากฎ และคำสั่งออกใช้ใหม่ถึง 67 ฉบับ ซึ่งบรรดากฎและคำสั่งเหล่านี้นับเป็นที่มาของกฎหมายวิธีพิจารณา ความแพ่ง กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และพระธรรมนูญศาลยุติธรรมบางมาตราในปัจจุบัน ในรัชสมัยของสมเด็จพระมหาธีรราชเจ้า พ.ศ. 2454 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จในกรมฯ ดำรง ตำแหน่งเป็นเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ ทรงดำรงตำแหน่งเพียงปีเดียวก็ได้รับพระบรมราชโองการ เลื่อนขึ้นเป็นกรมหลวง มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า "พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมหลวง ราชบุรีดิเรกฤทธิ์คชนาม" จนกระทั่ง พ.ศ. 2462 เสด็จในกรมฯ ทรงประชวรด้วยพระวัณโรคที่พระวักกะ จึงทรงกราบบังคมทูลลาออกและได้เสด็จไปรักษาพระองค์ ณ กรุงปารีส แต่พระอาการไม่ทุเลาลง จนกระทั่งในวันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2463 เวลา 21.00 น. พระเจ้าพี่ยาเธอกรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ก็เสด็จสิ้นพระชน ณ กรุงปารีส นับพระชนมายุเรียงปีได้ 47 พรรษา บรรดาศิษย์และบุคคลที่คุ้นเคย ได้พร้อมใจอัญเชิญพระอัฐิของพระองค์เข้ามาบำเพ็ญกุศลในกรุงเทพฯ และในปี พ.ศ. 2497 เนติบัณฑิตสภาได้เริ่มต้นเรียกวันที่ 7 สิงหาคม ว่า "วันรพี" พร้อมทั้งจัดงาน บำเพ็ญกุศลทักษิณานุสรณ์เป็นต้นมาประจำทุกปี |
||
|
© Copyright and All Rights Reserved by www.ThaiLaws.com Mail to Thailaws@Lawyer.com |