การครอบครองปรปักษ์

 

 

คำว่า "การครอบครองปรปักษ์" หมายถึง การที่มีคนอื่นเข้ามาแย่งการครอบครองสิทธิในทรัพย์สินของเรา กฎหมายแพ่งได้เขียนเรื่องนี้ไว้ ความว่า "บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบ และเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปี ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์"

 

จะเห็นได้ว่ากฎหมายได้วางหลักเกณฑ์การครอบครองปรปักษ์ไว้ 6 ประการคือ

  1. การครอบครองมีการเข้ายึดถือเอาทรัพย์สิน

  2. ทรัพย์สินของคนอื่น คือทรัพย์สินที่เจ้าของมีกรรมสิทธิ์อยู่ กรณีที่ดินต้องเป็นที่ดินที่มีโฉนดหรือตราจองเท่านั้น

  3. โดยสงบ เป็นการเข้าไปครอบครองโดยไม่มีการใช้กำลังบังคับ ไม่มีใครมาขับไล่ ฟ้องร้อง

  4. โดยเปิดเผย พูดง่ายๆ ประสาชาวบ้านก็คือ หน้าตาเฉย

  5. ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ข้อนี้เป็นสิ่งสำคัญ คนที่เข้าไปครอบครองต้องมีเจตนาเอาทรัพย์สินนั้นเป็นของตนเป็นการครอบครองเพื่อตนเอง มิใช่เป็นการเข้าไปครอบครองแทนเจ้าของ

  6. ถ้าครอบครองอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน ฯลฯ ต้องติดต่อกันสิบปี แต่ถ้ารอบครองสังหาริมทรัพย์ (ทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายได้) ต้องติดต่อกันห้าป การครอบครองปรปักษ์ต้องเป็นการครอบครองติดต่อกันตลอดมาตามที่กฎมายกำหนด

ถ้าเป็นกรณีเข้าไปครอบครองทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ของคนอื่น เช่น ที่ดินที่เรียกกันว่า "ที่ดินมือเปล่า" หลักฐานที่เจ้าของที่ดินมีอยู่ ถือว่ามี "สิทธิครอบครอง" เท่านั้น ไม่ถือว่าเป็นกรรมสิทธิ์ ได้แก่ น.ส.3 (หนังสือรับรองการทำประโยชน์) , น.ส.3 ก. (หนังสือรับรองการทำประโยชน์โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศ) , น.ส.2 หรือใบจอง (หนังสือที่รัฐอนุญาตให้ครอบครองที่ดินชั่วคราว) , น.ส.5 หรือใบไต่สวน (หนังสือที่ทำขึ้นเพื่อการจะออกโฉนดที่ดิน) , ใบนำ (หนังสือที่ออกให้แก่ผู้ครอบครองที่ดินเพื่อนำเจ้าพนักงานรังวัดที่ดิน) , ส.ค.1 (หนังสือแจ้งการครอบครอง) , ที่ดินที่มีสิทธิครอบครองแล้ว แต่ไม่มีหนังสือสำคัญแสดงสิทธิใดๆ เลย ที่ดินทั้ง 7 ลักษณะ ที่กล่าวมานี้ ถ้าถูกแย่งการครอบครอง จะไม่สามารถใช้กำหนดอายุความสิบปีเหมือนกับกรณีที่ดินที่เจ้าของที่ดินมีกรรมสิทธิ์นะครับ ต้องถือตามที่กฎหมายเขียนไว้ว่า "ถ้าผู้ครอบครองถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้ครอบครองมีสิทธิจะได้คืนซึ่งการครอบครอง เว้นแต่อีกฝ่ายหนึ่งมีสิทธิเหนือทรัพย์สินดีกว่า ฯลฯ และ การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองนั้น ต้องฟ้องภายในหนึ่งปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง"

 

ดังนั้น ท่านใดที่มีที่ดินมากมายหลายแห่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเป็นที่ดินมือเปล่าแล้วละก้อ ต้องหมั่นตรวจสอบดูแลกันทุกปี เพราะที่ดินมือเปล่าถ้ามีคนอื่นเข้ามาครอบครองเพียง 1 ปี ก็ได้สิทธิครอบครองไปเสียแล้ว ท่านจะฟ้องศาลเพื่อเรียกคืนก็ไม่ทันการ ขาดอายุความเสียอีก เนื่องจากที่ดินมือเปล่าต้องฟ้องเรียกคืนภายใน 1 ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง มิใช่นับแต่เวลาที่เจ้าของที่ดินทราบ

 

 

เรียบเรียงโดย พิทยา ลำยอง

  

  

  Copyright www.ThaiLaws.com  All rights reserved.  Any comments mail to:  thailaws@lawyer.com